Welcome Guest, please login or register.
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
 81 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2013, 06:13:38 PM 
เริ่มโดย ภูธรนิวส์ - กระทู้ล่าสุด โดย ภูธรนิวส์
วันที่ 20 พ.ย.56จังหวัดเชียงรายได้ฝึกอบรมให้บริการของกลุ่มผู้ประกอบอาชีพให้บริการนักท่องเทียว โดยมี นาย เกรียงศักดิ์  วันไชยธนวงค์ รองนายกองค์การบริหารจังหวัดเชียงรายเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมการให้บริการของกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพให้บริการนักท่องเที่ยว
     นายเกรียงศักดิ์ วันไชยธนวงค์ กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดเหนือสุดของประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งด้านโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาเที่ยวในจังหวัดเชียงรายเป็นจำนวนมากและฤดูหนาวของทุกปีจังหวัดเชียงรายได้จัดงาน”มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย ๒0๑๓ (Chiangrai Asean Flower Festval 2013)” ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2556 – 5 มกราคม 2557 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายได้ยาวนานยิ่งขึ้น และทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายดีขึ้นประชาชนในทุกกลุ่มสาขาอาชีพมีรายได้เพิ่มขึ้น
         กลุ่มผู้ประกอบอาชีพให้บริการนักท่องเที่ยว เป็นกลุ่มอาชีพหนึ่งที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้มีการส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้ให้อยู่กับจังหวัดเชียงราย ได้แก่กลุ่มผู้ประกอบการอาชีพให้บริการรถสามล้อกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพขับรถสองแถว และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพขับเรือรับจ้าง เพื่อให้บริการประชาชนในจังหวัดเชียงราย
       ดังนั้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย จงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมเพื่อทบทวนความรู้การให้บริการนักท่องเที่ยว เพิ่มพูนความรู้ด้านการท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมาของสถานที่สำคัญ เส้นทางท่องเที่ยวชมโบราณสถานในเขตเมือง และการสร้างความประทับใจในการให้บริการ เพื่อมีความพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักท่องเที่ยวต่อไปได้
                                                                                     ข่าว/ภาพโดย เสกสรร โยริยะ

 82 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2013, 10:16:17 AM 
เริ่มโดย ภูธรนิวส์ - กระทู้ล่าสุด โดย ภูธรนิวส์
      ที่บริเวณสวนตุงและโคมนครเชียงราย ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่เลือกชมสินค้าและซื้ออาหารในงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขงและลอยกระทง 4 ชาติ ครั้งที่ 18 ที่มีการจัดขึ้นเป็นวันที่ 2  และจะไปสิ้นสุดลงในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2556  โดยในค่ำคืนนี้ทางเทศบาลนครเชียงรายจัดให้มีการแสดงจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศเมียนม่าร์ สปป.ลาวและไทย  นอกจากนี้
ยังมีการประกวดธิดาชาติพันธุ์ประจำปี 2556 ที่มีผู้ร่วมประกวดถึง 33 คน 17 ชาติพุนธุ์ ได้แก่ ไตหย่า, ปวากยอ, ดาราอั้ง, บีซู, ไทยเขิน, ไตยวน, อาข่า, ม้ง, ไทยใหญ่, อิ้วเมี่ยน, ไทลื้อ, ลาหู่, ขมุ, ลั้ว, ไทยอีสาน, ลีซอ และไตยอง โดยมีนายวันชัย  จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เป็นประธานในพิธี มีตัวแทน 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงและนักท่องเที่ยวร่วมงานนับหมื่นคน
                      ซึ่งการประกวดธิดาชาติพันธุ์ในวันนี้มีหลักเกณฑ์การให้คะแนนในเรื่องการแต่งกายประจำชนเผ่า, บุคลิคท่าทาง, การแนะนำตัวและตอบคำถามด้วยภาษาประจำชนเผ่ารวมถึงการแนะนำที่มาของชาติพันธุ์ของตนเอง ซึ่งผลของการประกวด น.ส.กัญญารัตน์  ธรรมสอน
จากชาติพันธุ์ไทยอีสาน สามารถคว้ารางวัลธิดาชาติพันธุ์ ประจำปี 2556 ไปครองพร้อมด้วยรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ส่วนรองชนะเลิศอันดับ  1 ได้แก่ น.ส.วรรณภา  กรุงทอง จากชาติพันธุ์ไตหย่า, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 น.ส.จันทร์ฟอง  คำนวล ชาติพันธุ์ไทลื้อ รางวัลรองชนะ
เลิศอันดับที่ 3  น.ส.สุนิสา  ใหม่ตั้ง ชาติพันธุ์ ไตยองและ รองชนะเลิศอันดับที่ 4คือน.ส.ดวงสุดา  นิวัฒน์ฐิติกุล จากชาติพันธุ์อาข่า
                       สำหรับในค่ำคืนที่ 3 คือในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 นี้ เทศบาลนครเชียงรายจัดให้มีการประกวดกระทงประดิษฐ์บนรถกระบะ
การประกวดหนูน้อยนพมาศ และจัดให้มีการแสดงสี่ชาติบนเวที   การจำหน่ายอาหารเครื่องดิ่ม สินค้า อีกด้วย
                                                                                                                                             
                                                                                                                       จักรภัทร   ข่าว/ภาพ

 83 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2013, 10:03:57 AM 
เริ่มโดย ภูธรนิวส์ - กระทู้ล่าสุด โดย ภูธรนิวส์
     ที่บริเวณถนนธนาลัยตั้งแต่สี่แยกประตูเชียงใหม่ไปจนถึงหน้าสวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ เทศบาลนครเชียงรายจัดให้มีขบวน
แห่กระทงเล็กขึ้นโดยมีพี่น้องชาวชุมชน สถานศึกษา กลุ่มชาติพันธุ์แต่งกายประจำชนเผ่าพร้อมตกแต่งขบวนอย่างสวยงาม โดยในค่ำคืนนี้
นครเชียงรายจัดให้มีการประกวดหนูน้อยนพมาศและการแสดงสี่ชาติที่การแสดงส่วนใหญ่เป็นการเล่าเรื่องวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาติ
นั้นๆ แต่เป็นไปด้วยความเรียบง่ายเพราะยังอยู่ในช่วงถวายอาลัย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
              ในขณะที่บริเวณสนาม รด.เชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง ประชาชนจำนวนหลายหมื่นคนต่างหลั่งไหลนำกระทงมาทำการลอยในแม่น้ำกก
แม่น้ำสายสำคัญที่ล่อเลียงชีวิตชาวเชียงรายมาเนินนาน ส่วนกระทงที่ประชาชนนิยมนำมาลอยส่วนใหญ่เป็นกระทงประดิษฐ์ที่ทำจากหยวก
กล้วยและวัสดุธรรมชาติ ในขณะที่กระทงขนมปังกินได้ก็ได้รับความนิยมเช่นกันโดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 20-40 บาท
             นางสุภาพันธ์  พิเศษ อายุ 30 ปี ชาวชุมชนน้ำลัด หมู่ 3 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย แม่ค้าจำหน่ายกระทงขาประจำกล่าวว่า งานลอย
กระทงปีนี้การจำหน่ายกระทงดีกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้น่าจะเกิดจากมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานจำนวนมาก นอกจากกจากนี้ยังพบว่าการ
จำหน่ายโคมลอยก็มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเช่นกัน
           
                                                                                                                                                      จักรภัทร  ข่าว/ภาพ

 84 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2013, 10:15:54 AM 
เริ่มโดย ภูธรนิวส์ - กระทู้ล่าสุด โดย ภูธรนิวส์
 ที่สวนตุงนครเชียงราย ตั้งอยู่ริมถนนธนาลัย ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นสถานที่ใช้จัดงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขงและลอยกระทง 4 ชาติ  นายวันชัย  จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงรายพร้อมด้วยนายทนง  ดอนชัย รองนายกเทศมนตรี นายสมศักดิ์   เวียงโอสถ ประธาน สภาเทศบาลนครเชียงราย พร้อมผู้เกี่ยวข้องได้เดินทางมาตรวจงานและความพร้อมของสถานที่ดังกล่าว ไม่ว่าในส่วนอัฒจรรย์น็อคดาวน์ที่นำมาติดตั้งไว้ริมถนนธนาลัยลองรับแขกเมืองตัวแทนจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน, สปป.ลาว, เมียนม่าร์และไทย ซึ่งการดำเนินการจัดเตรียมสถานที่อยู่ในช่วงเก็บงานเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นคาดว่าวันนี้น่าจะเรียบร้อยและจะมีการลองไฟในเวลา 19.00 น.
                   นายวันชัย  จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงรายกล่าวว่าสวนตุงนครเชียงราย  ซึ่งเป็นสถานที่ใช้จัดงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขงและลอยกระทง 4 ชาติ ในครั้งนี้  ทางเทศบาลได้การมีการจัดเตรียมสถานีที่บนพื้นที่ 11 ไร่เศษไว้รองรับงานแล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเก็บงานส่วนการเสริมที่นั่งอัฒจรรย์น็อคดาวน์รองรับของแขกเมืองตัวแทนของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน, สปป.ลาว, เมียนม่าร์และไทย จำนวน 200 ที่นั่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ใน สำหรับขบวนแห่ชาติพันธ์ ขบวนกระทงใหญ่ การแสดงบนเวที การประกวดธิดาชาติพันธุ์ การประกวดเทพีนพมาศ   หนูน้อยนพมาศ ประกวดกระทงเล็กและกระทงใหญ่ การจำหน่ายอาหารกาดมั่วคัวแลง และกิจกรรมอื่นๆ เรียบร้อย 100 % แล้ว ซึ่งในค่ำคืนนี้เวลา 19.00 น. ศิลปินนักแสดงจากประเทศในลุ่มน้ำโขงจะลงมือทำการฝึกซ้อมก่อนการแสดงจริงในวันที่ 15 - 18 พฤศจิกายน 2556 ทั้งนี้เพื่อให้การแสดงของแต่ละประเทศออกมาตระการตาและทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจ
                    รายงานข่าวแจ้งว่าพิธีเปิดจะเริ่มขึ้นในเวลา 20.00 น.วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 เทศบาลนครเชียงรายจึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางร่วมงานในวันเวลาดังกล่าว...............................................

                                                                                                                                                                  จักรภัทร   ข่าว/ภาพ

 85 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2013, 12:19:22 PM 
เริ่มโดย ภูธรนิวส์ - กระทู้ล่าสุด โดย ภูธรนิวส์
http://www.painaidii.com/most-like/mostlike-detail/003555/lang/th/

 86 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2013, 05:40:43 PM 
เริ่มโดย ภูธรนิวส์ - กระทู้ล่าสุด โดย ภูธรนิวส์
สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 เชื่อมระหว่างอ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ขณะนี้การก่อสร้างในส่วนของตัวสะพานแล้วเสร็จ 100 % แล้ว ยังคงเหลือส่วนของการเก็บงานตัวอาคาร สำนักงานของด่านศุลกากรและอื่นๆ เพียงไม่กี่ %  โดยทางฝ่ายไทยและ สปป.ลาวได้เตรียมทำพิธีเปิดในวันที่ 11 ธันวาคม 2556 (11-12-2013) โดยมีสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ ทรงเสร็จมาเป็นประธานในพิธีเปิด ในขณะเดียวกันนักลงทุนชาวไทยบางกลุ่มก็ได้เข้าไปลงทุนใน สปป.ลาว บนเส้นทาง RA แล้วเช่นกัน เช่นกลุ่มของบริษัทพีบี ทราเวล เอเจนซี่จำกัด ยักษ์ใหญ่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในประเทศลุ่มน้ำโขง โดยนายสุรนาถ  ทวีทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทพีบี ทราเวล เอเจนซี่จำกัด ล่าสุดได้ลงทุนเปิดจุดบริการอาหาร กาแฟสดและเครื่องดื่ม ที่บ้านนาลือ แขวงหลวงน้ำทา ริมถนน R3A ที่อยู่ห่างตัวเมืองหลวงน้ำทา 3 กิโลเมตรและห่างจากชายแดนไทย อ.เชียงของ เป็นระยะทาง 185 กิโลเมตร บนเนื้อที่ 12 ไร่ ด้วยงบประมาณ 2,000 ล้าน(กีบ)
                         นายสุรนาถ กล่าวว่า ตนเองได้เคยมาเปิดร้านอาหารไทยชื่อ"เฮือนลาว"ในเมืองหลวงน้ำทาเมื่อ 5 ปีก่อนแต่อยู่ในตัวเมืองซึ่งก็ประสบความสำเร็จพอสมควรแต่ด้วยจุดดังกล่าวไม่อยู่บนถนนสำคัญ R3A ซึ่งเป็นถนนที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและจีนนิยมใช้ในการเดินทางตนเองจึงทำการย้ายมาเปิดที่บ้านนาลือแห่งนี้และทำเป็นศูนย์อาหาร กาแฟสดและเครื่องดื่มบริการแก่นักท่องเที่ยวที่ต้อง
หยุดพักรถก่อนเดินทางต่อไปยังเมืองสิบสิงปันนาหรือจิงหง ของจีน การที่ตนเองตัดสินใจมาลงทุนที่นี้ก็เกิดจากที่เห็นโอกาสเมื่อถนน R3A แล้วเสร็จ มีคนไทยหลั่งไหลเข้ามาเที่ยว สปป.ลาว ผ่านไปยังจีนเป็นจำนวนมาก แต่พบว่าจุดจำหน่ายอาหารอร่อยๆถูกปากคนไทยมีน้อยมากและหลังจากทดลองเปิดร้าน"เฮือนลาว" ก็ได้รับแรงตอบรับที่ดี และ สิ่งสำคัญที่ตนเองตัดสินใจเลือกเปิดร้านอาหารครัวไทย แห่งใหม่และมีที่ตั้งริมถนนR3A แทนที่จะอยู่ในตัวเมืองเพราะเป็นการรองรับ สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 จะทำการเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 11 ธันวาคม 2556( 11-12-2013) ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวไปยัง สิบสองปันนา และ เดียนเบียนฟู ของเวียดนาม ที่ใช้เส้นทางนี้ผ่านบ้านนาเตย เมืองขวาของลาวเข้าสู่เดียนเบียนฟูของเวียด โดยใช้พาสปอตผ่านแดน เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น

                     นางเฉิน หวินย่า หรือสาลี่ ประธานบริษัท หยิ้นต๋า  จำกัด บริษัทท่องเที่ยวในสิบสองปันนา กล่าวว่า หลังจากถนนR3Aเปิดใช้มาตั้งแต่ปี 2008 มาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 5 ปี แล้วก็ตามแต่ปรากฎว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางผ่านเส้นทางนี้เข้าไทยไปท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ระยอง จันทบุรีและภูเก็ต เพียงปีละ 25,000 คน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลจีนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีนได้ให้ความสำคัญกับเส้นทางนี้มากโดยพยายามประชาสัมพันธ์ให้ชาวจีนที่แต่ละปีเดินทางจากตอนเหนือของประเทศมาเที่ยวที่จิงหง หรือ 12 ปันนา ปีละ 10 ล้านคนให้เดินทางฝ่าน R3A ไปเที่ยวประเทศไทยแต่ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรเนื่องจากติดปัญหาในเรื่องการเดินทางเพราะต้องเสียเวลากับการรอคิวนำรถยนต์ขึ้นโปะข้ามแม่น้ำโขงเข้าไทย แต่หากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 เชื่อมระหว่างอ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) มีการเปิดใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2013 จะช่วยให้ชาวจีนนิยมใช้เส้นทางนี้มาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างน้อยร้อยละ 10% ต่อปี.........................

 87 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2013, 12:01:01 AM 
เริ่มโดย ภูธรนิวส์ - กระทู้ล่าสุด โดย ภูธรนิวส์
ชาวบ้านน้ำลัด ป่าตึง แห่ขอเลขเด็ดต้นกล้วยประหลาดแห้งตายแต่มีลูกออกมาถึง 9 หวี

                        นายเสนาะ ชมภูสมสา อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 397 ป่าตึง หมู่ 5 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงรายพร้อมด้วยนายลี  รัศมี ประธานชุมชุนบ้านน้ำลัด และชาวบ้านหลายคนพากันไปจุดธูปเทียนและนำผ้าแดงไปผูกกับต้นกล้วยหอมทองที่ยืนต้นตายแต่กลับมีปลีและผลกล้วยออกกลางลำต้น ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอันมากและพากันมาสักการะและหาเลขเด็ด
โดยนายเสนาะ   ชมภูสมสา กล่าวว่า ตนเองเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองขาย โดยปลูกไว้หลายร้อยต้นและเมื่อประมาณเดือนกว่าที่ผ่านมาพบต้นกล้วยต้นนี้ซึ่งเป็นต้นใหญ่สุดอยู่กลางกอที่มีต้นกล้วยร่วมกอกันประมาณ 8 ต้นเกิดโน้มหักลงมาตนเองจึงนำมีดมาตัดออกจากนั้นก็ไม่ได้สนใจแต่ประการใดเพราะเห็นว่าเหลือแต่ต่อยืนต้นตายแล้ว ต่อมาเมื่อสองวันก่อนตนเองได้สังเกตเห็นความแปลกประหลาดของต้นกล้วยต้นนี้เพราะกลับมีปลีโผล่ออกมาและออกมีลูกถึง 9 หวี ตนเองจึงไปเล่าให้คนรู้จักรวมถึงนายลี รัศมี ประธานชุมชนบ้านน้ำลัดฟังต่างเอ่ยปากว่า"แปลกประหลาดเกิดมาไม่เคยพบเห็น"จึงพากันมาที่บ้านของตนและนำธูปเทียนมากราบไหว้บูชาตามความเชื่อหลายคนต่างตีเป็นตัวเลขเด็ดเพราะใกล้วันฉลากกินแบ่งรัฐบาลออกแล้ว

                         นายลี รัศมี ประธานชุมชนบ้านน้ำลัด กล่าวว่า ต้นกล้วยต้นนี้แปลกประหลาดมากเกิดมาอายุ 50 กว่าปี เพิ่งเคยพบเพราะต้นตายแต่ออกลูกได้ อยากฝากบอกชาวบ้านในระแวกใกล้เคียงว่าจะตีเป็นเลขเด็ดอะไรก็ได้แต่ขอให้พิจารณาอย่าให้การพนันครอบงำ ขอให้โชคดีทุกคน...............................

                                                                                                                                                         

 88 
 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2013, 09:40:36 PM 
เริ่มโดย ภูธรนิวส์ - กระทู้ล่าสุด โดย ภูธรนิวส์
เลขาธิการปปส.นำพวงรีดของฯพณฯ นายกยิ่งลักษณ์ วางหน้าศพตำรวจกล้าในขณะที่เพื่อนตำรวจแห่ให้กำลังใจญาติรองสารวัตรสืบเสียชีวิตปะทะยาเสพติด
                  จากกรณีเกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงป่าเป้า กับขบวนการค้ายาเสพติดเผ่ามูเซอ บริเวณป่าข้าวโพดบนภูเขาพื้นที่บ้านแม่ปูนล่าง ม.9 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า เหตุเกิดวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมาจนทำให้ ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ ชาติตระกูล รองสารวัตรสืบสวน สภ.เวียงป่าเป้า เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ  ร.ต.ต.ศักด์ชาย รีอินทร์ รองสารวัตรสืบสวนอีกคน และ ด.ต.ประชุม ศรีจอมแปง ผบ.หมู่ ป.ได้รับบาดเจ็บสาหัส ฝ่ายตรงกันข้ามเสียชีวิตจำนวน 2 คนและหลบหนีไปได้หลายคน ล่าสุดมีตำรวจที่บาดเจ็บเพิ่มอีก 1 คนคือ ด.ต.วีรชน บัวผัด ตำรวจชุดเดียวกันซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดถากศีรษะและพึ่งมาปวดบวมหลังเกิดเหตุได้หลายชั่วโมง ขณะที่ทาง พล.ต.อ.พงศพัฒน์ พงศ์เจริญ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.ภาค 5 พ.ต.อ.วิรัตน์ สุมนาพันธ์ รอง ผบก.ภ.เชียงราย เดินทางไปรดน้ำศพ ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ ซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ภายในศาลาวัดศรีคำเวียง ม.2 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า

          โดยในพิธีดังกล่าวพบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.เวียงป่าเป้า พื้นที่ข้างเคียงและเพื่อนนักเรียนพลตำรวจรุ่นที่ 33 จ.ลำปาง รวมทั้งนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรระดับ ร.ต.ต.ปี 2553 รุ่นที่ 2 เดินทางไปร่วมในพิธีเป็นจำนวนมากด้วยบรรยากาศที่โศกเศร้า สำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพบว่ามีคณะผู้บริหารราชการและเจ้าหน้าที่ตำรวจผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง โดยมีนางมาลัย โกฎแสง อายุ 74 ปีมารดาของ ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ นางอรุณัตน์ ชาติตระกูล อายุ 50 ปีภรรยา พร้อมญาติให้การต้อนรับผู้ที่ไปร่วมไว้อาลัย สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพจะมีขึ้นในวันที่ 4 พ.ย.นี้

        นางอรุณรัตน์ กล่าวว่าสามีเป็นคนดีมากโดยหาเลี้ยงครอบครัวอย่างดีมาโดยตลอด เมื่อถึงเวลาทำงานก็มุ่งมั่นทำงานไม่ได้นำความเดือดร้อนใดๆ มาให้ครอบครัว เมื่อพูดถึงงานที่ต้องไปเสี่ยงก็มักจะบอกกับมารดาและตนว่าไม่ต้องเป็นห่วงสิ่งใด เพราะถ้าถึงเวลาแล้วสิ่งใดจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิด ดังนั้นการที่สามีจากไปจึงรู้สึกเสียใจอย่างมาก

        ด้าน น.ส.ศิริรัตน์ ชาติตระกูล บุตรสาววัย 17 ปีของ ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ กล่าวว่ารู้สึกเสียใจมากที่สูญเสียบิดาไปแต่ก็รู้สึกภูมิใจที่บิดาเป็นคนกล้าหาญและเสียสละเพื่อประเทศชาติในการปราบปรามยาเสพติดที่เป็นภัยร้ายต่อประเทศ ตนมีความตั้งใจมาตั้งแต่ต้นที่จะทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงราย เมื่อจบแล้วก็จะสอบเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อสานต่ออุดมการณ์ของบิดาต่อไป.

 89 
 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2013, 09:39:01 PM 
เริ่มโดย ภูธรนิวส์ - กระทู้ล่าสุด โดย ภูธรนิวส์
"พงศพัฒน์"เยี่ยมตำรวจเจ็บตายปะทะแก๊งค์ค้ายาชงขอเกราะป้องกันเพิ่ม
รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่าวันนี้ (30 ต.ค.) จากกรณีเกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงป่าเป้า กับขบวนการค้ายาเสพติดเผ่ามูเซอ บริเวณป่าข้าวโพดบนภูเขาพื้นที่บ้านแม่ปูนล่าง ม.9 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า เมื่อเย็นวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมาจนเป็นเหตุให้ ร.ต.ต.ฐปนนรฒ์ ชาติตระกูล รองสารวัตรสืบสวน สภ.เวียงป่าเป้า เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รวมทั้ง ร.ต.ต.ศักด์ชาย รีอินทร์ รองสารวัตรสืบสวนอีกคน และ ด.ต.ประชุม ศรีจอมแปง ผบ.หมู่ ป.ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ฝ่ายตรงกันข้ามเสียชีวิตจำนวน 2 คนและหลบหนีไปได้หลายคนทิ้งอาวุธปืนลูกซองยาวไว้ในที่เกิดเหตุ 1 กระบอกนั้น ล่าสุดทาง พล.ต.อ.พงศพัฒน์ พงศ์เจริญ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.ภาค 5 พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียงราย ได้เข้าเยี่ยมดูอาการของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บและนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

ซึ่งพบว่า ร.ต.ต.ศักดิ์ชาย อาการสาหัสที่สุดโดยถูกสะเก็ดเข้าที่ใบหน้าและถูกกระสุนปืนอาก้าเข้าที่หน้าท้อง แต่ล่าสุดแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเชื่อมลำไส้ 2 จุด จนอาการปลอดภัยแล้วโดยกระสุนไม่ถูกกระดูกแต่อย่างใด ขณะที่ ด.ต.ประชุม กระดูกหัวไล่ขวาแตกทั้งคู่รู้สึกตัวดี ซึ่งทาง พล.ต.อ.พงศพัฒน์ ได้มอบช่อดอกไม้จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สำนักงาน ปปส.และ ผบช.ภ.ภาค 5 พร้อมเงินช่วยเหลือครอบครัวพร้อมให้กำลังใจทั้งสองนายและครอบครัวก่อนเดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุและร่วมพิธีรดน้ำศพ ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ ที่บ้านในเวียง ม.2 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า ในเวลา 13.00 น.ต่อไป

พล.ต.อ.พงศพัฒน์ กล่าวว่าสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันถือว่ากลุ่มขบวนการยังคงมีความพยายามจะลักลอบนำเข้าโดยมีตลาดใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องสำหรับ จ.เชียงราย ถือเป็นหน้าด่านที่เจ้าหน้าที่ต้องสกัดกั้นซึ่งจากเหตุการณ์ปะทะในครั้งนี้จนทำให้เจ้าหน้าที่่ตำรวจถึงขั้นเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนายพบว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ทุกนายสวมชุดเกราะอ่อน เมื่อเปรียบเทียบกับฝ่ายตรงกันข้ามที่ใช้อาวุธสงครามอาก้าแล้วคงจะต้องมีการพัฒนาไปสู่การใช้เกราะแข็งหน้าหลังเพื่อความปลอดภัยกันมากขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องนี้มากโดยสอบถามเรื่องกรณีการใช้เสื้อเกราะมากเป็นพิเศษ แต่สำหรับเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็คงต้องทำการสกัดกั้นต่อไปโดยเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นโดยทาง ปปส.จะเป็นเจ้าภาพในการสนับสนุนด้านต่างๆ ส่วนกรณีปะทะครั้งล่าสุดพบว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเก่าที่ติดอาวุธและเคยก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่มาแล้วหลายครั้ง ผู้ที่เสียชีวิตและหลบหนีต่างล้วนเคยมีหมายจับแล้วทั้งสิ้น

ด้าน พล.ต.ต.วันชัย กล่าวว่ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตได้มีการเสนอขอให้ได้เลื่อน 5 ชั้นยศหรือเป็นระดับ พ.ต.อ.และ 5 ขั้นเงินเดือน โดยบุตรจะได้รับราชการเป็นตำรวจเมื่ออายุถึงเกณฑ์ถ้ามีความประสงค์ ส่วนเงินช่วยเหลือเบื้องต้นทางทาง ภ.เชียงราย สนับสนุนจากกองทุนต่างๆ ประมาณ 2 ล้านบาท เงินช่วยเหลือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำนวน  2  ล้านบาท และจาก ปปส.ไม่รวมการช่วยเหลืออื่นๆ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเพิ่ม 3 ขั้นเงินเดือน เงินสนับสนุนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาตินายละ 400,000 บาท และจาก ภ.เชียงราย ประมาณ 100,000 บาท

"มาตรการนับจากนี้จะมีการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดครั้งนี้มาดำเนินคดีให้ได้ โดยจะเริ่มเปิดปฏิบัติปิดล้อมตรวจค้นที่หมู่บ้านแม่ปูนล่างซึ่งเป็นบ้านของผู้เสียชีวิตก่อน โดยหมู่บ้านนี้เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอเป็นบ้านของนายยะแฮ จะสี หนึ่งในผู้เสียชีวิต และนายตะวัน ปาหนี่ คนมี่หลบหนีไปได้ ทั้งนี้หมู่บ้านนี้อยู่ใกล้กับบ้านปงนกของชาวเขาเผ่าม้งซึ่งเป็นแหล่งของยาเสพติดเหมือนกัน แต่กลุ่มมูเซอจะมีการติดอาวุธด้วย"  พล.ต.ต.วันชัย กล่าวและว่า
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ประมาทและรัดกุมเต็มที่ โดยเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุและสามารถจับกุมตัวนายตะวันมาได้พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 185 เม็ด จึงขยายผลให้ไปล่อซื้อจากพรรคพร้อมเพิ่มเติมโดยนายตำรวจที่เสียชีวิตและบาดเจ็บนำกำลังไปพร้อมพวกรวม 9 นาย ใส่เสื้อเกราะทุกนายและเบิกอาวุธปืนเอ็ม 16 และพกสั้นครบครัน แต่ปรากฎว่าเมื่อถึงจุดเกิดเหตุนายตะวันมีการสื่อสารกับฝ่ายตรงกันข้ามด้วยภาษามูเซอทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ทราบการสื่อสาร จากนั้นคนร้ายซึ่งมากันจำนวน 9 คน ได้ลอบเข้ามาโอบอ้อมทางด้านหลังก่อนใช้อาวุธปืนอาก้าและระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกันขึ้นและมีผู้เสียชีวีตและบาดเจ็บดังกล่าว.

 90 
 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2013, 01:07:23 AM 
เริ่มโดย ภูธรนิวส์ - กระทู้ล่าสุด โดย ภูธรนิวส์
ปะทะเดือดเวียงป่าเป้า รอง สวป.พลีชีพ 1 นายบาดเจ็บ 2 นาย ส่วนคนร้ายตาย 2
         เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา(29 ต.ค.56)  พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียงราย ได้รับแจ้งจาก พ.ต.อ.ไพศาล นันตา ผกก.สภ.เวียงป่าเป้า ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดพื้นที่ป่าเขาในเขตอุทยานแห่งชาติขุนแจ
เขตติดต่อ จ.เชียงราย กับ จ.เชียงใหม่ ได้ปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณไร่ข้าวโพด ท้ายบ้านแม่ปูนล่าง ม.9 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จนเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตในที่เกิดเหตุจากการปะทะ 1 นาย และได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ส่วนฝ่ายตรงกันข้ามเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 คน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิรัตน์ สุมนาพันธ์ รอง ผบก.ภ.เชียงราย พ.ต.ท.ประทวน อาจกล้า สารวัตรเวร นำกำลังไปสนับสนุนและเข้าไปตรวจสอบ

               เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบ ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ ชาติตระกูล อายุ 53 ปี อาศัยอยู่บ้านเวียง ม.2 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า เป็นรอง สวป.เวียงป่าเป้า ถูกอาวุธปืนอาก้า ยิงเข้าที่ขาขวา 1 นัดและอีกหนึ่งนัดยิงท้ายทอยทะลุปาก เสียชีวิตคาที่ ส่วนตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บชื่อ
ร.ต.ต.ศักดิ์ชาย รีอินทร์ รอง สว.สส.สภ.เวียงป่าเป้า ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า และถูกยิงเข้าที่หน้าท้องด้านขวา ขาขวาและซ้าย เจ้าหน้าตำรวจที่บาดเจ็บอีกรายคือ  ด.ต.ประชุม ศรีจอมแปง ผบ.หมู่ถูกยิงเข้าที่หัวไหล่ด้านขวาทะลุ จึงได้มีการนำเจ้าหน้าที่ดังกล่าวส่งโรงพยาบาลเวียงป่าเป้าและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เบื้องต้น ร.ต.ต.ศักดิ์ชายรู้สึกตัวดีและถูกนำตัวเข้าทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ในพื้นที่ยังพบศพนายจะแฮ จะสี อายุ 35 ปี เป็นชาวเขาเผ่าละหู่หรือมูเซอ ที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอฝางและเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีค้าอาวุธปืน ค้าไม้เถื่อนและคดียาเสพติด ที่เข้ามากลบดานในพื้นที่เวียงป่าเป้า นอนเสียชีวิตอยู่ในกระเป๋ากางเก๋งยังตรวจพบลูกกระสุนปืนอาก้าจำนวนหลายนัด ถัดออกมาพบศพชายชาวมูเซอไม่ทราบ ชื่อ นอนเสียชีวิตจากการถูกยิงเข้าที่ ลำตัว หน้าท้องและขา รวม 3 นัด ค้นตามร่างกายและกระเป๋าพบกระสุนลูกซองจำนวน 3 นัด  ใกล้ศพผู้ตายยังพบอาวุธปืนลูกซองยาวที่มีกระสุนอยู่ในรังเพลิงอีก 1 นัด

                 โดยเหตุการณ์ปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลการจับกุมยาบ้าจำนวน 185 เม็ด และทำการล่อซื้อยาบ้าจากขบวนการมูเซออีก 2,000 เม็ด โดยมีการนัดส่งในบริเวณไร่ข้าวโพดท้ายหมู่บ้าน จากนั้น จนท.ได้นำกำลังไปดักซุ่มรอในบริเวณดังกล่าว ต่อมา นายจะแฮ จะสีและพวกรวม 5 คนพร้อมอาวุธสงครามเดินออกมาจากป่าละเมาะเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจึงขวางระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ 1 ลูกเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวและถูก ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ ล้มลงก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะใช้อาวุธปืนอาก้ยิงซ้ำเข้าที่ขาขวา ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ ล้มลงจากนั้นคนร้ายยังวิ่งเข้ามายิงซ้ำที่ท้ายทอยทะลุปากจน ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์เสียชีวิตทันที ส่วนเจ้าหน้าที่อีก 2 นายได้รับบาดเจ็บดังกล่าว สำหรับคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 2 ศพ ส่วนพวกอีก 3 คนได้อาศัยป่าเขาหลบหนีไปได้โดยยังฉกเอาปืนพกสั้นของ ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ ไปด้วย 1 กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าตำรวจได้ประสานไปยังหน่วยทหารในพื้นเพื่อติดตามไล่ล่าติดตามจับกุมตัวขบวนการค้ายาเสพติดที่เหลือมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10